รายละเอียดบทความ

ทำไมผู้ที่นับถือศาสนาอื่นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามก่อนจึงจะสามารถแต่งงานกับมุสลิมได้

ทำไมผู้ที่นับถือศาสนาอื่นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามก่อนจึงจะสามารถแต่งงานกับมุสลิมได้

��������������� ความจริง ใครจะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอะไร อัลลอฮฺก็ไม่ทรงเดือนร้อนหรือกระทบกระเทือนแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะอัลลฮฺทรงมีคุณลักษณะ

ที่บริสุทธิ์คงที่ไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำให้ความเป็นพระเจ้าสูงสุดของพระองค์เปลี่ยนแปลงไปได้ ไม่ว่าจะมีผู้ศรัทธาต่อพระองค์หรือไม่ก็ตาม หรือมีผู้เคารพภักดีต่อพระองค์เพิ่มขึ้นหรือลดลง พระองค์คงเป็นพระเจ้าสูงสุดของโลกทั้งผองอยู่เช่นเดิมแต่พระองค์ก็ต้องการให้คู่สามีภรรยานับถือศาสนาเดียวกันพระองค์ได้กล่าวไว้ในคัมภีร์อัล-กรุอาน มีใจความว่า ”ชายผู้ศรัทธาต้องมีคู่ครองเป็นหญิงผู้ศรัทธา และหญิงผู้ศรัทธาต้องมีคู่ครองเป็นชายที่ศรัทธาเท่านั้น” ถึงแม้พระองค์จะได้กล่าวไว้อีกตอนหนึ่ง มีใจความว่า “ไม่มีการบังคับในเรื่องของศาสนา” ก็ตาม แต่พระองค์ก็ได้กล่าวไว้อีกตอนหนึ่ง ซึ่งมีใจความว่า “ชายผู้ไม่ศรัทธาต้องมีคู่ครองเป็นหญิงผู้ไม่ศรัทธา และหญิงผู้ไม่ศรัทธาต้องมีคู่ครองเป็นชายผู้ไม่ศรัทธาด้วยกัน”

��������������� ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขในครอบครัวระยะยาว จริงอยู่ในระยะแรกๆ ที่สามีภรรยาแต่งงานกันใหม่ ๆ ชีวิตคู่มักจะราบรื่น อะลุ่มอล่วยกันได้แทบทุกเรื่อง แต่พออยู่กินด้วยกันนานเข้า ทรรศนะคติ อุปนิสัย รสนิยม แบะความเชื่อถือศรัทธาเดิมของตนจะค่อยปรากฏออกมา ฝ่ายหนึ่งอยากรับประทานอาหารที่ศาสนาอิสลาห้าม เช่นเนื้อสุกร เครื่องดื่มที่ทำให้มืนเม ฯลฯ (เพราะไม่ได้ลิ้มรสมานาน) แต่อีกฝ่ายหนึ่งรังเกียจสิ่งเหล่านั้น ไม่ยอมแม้แต่จะให้นำเจข้ามาในบ้าน ฝ่ายหนึ่งสักการะรูปเคารพ อีกฝ่ายหนึ่งรังเกียจรูปเคารพทุกชนิด ฝ่ายหนึ่งเชื่อในเครื่องรางของขลังและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สารพัดอย่าง แต่อีฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า มีเพียงอัลลอฮฺองค์เดียวเท่านั้นที่ศักสิทธิ์ และจะไม่สัการะหรือวิงวอนขอต่อสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ

����������� ตัวอย่างที่ยกมาเพียงเล็กน้อยนี้ ก็เพียงพอที่จะสามารถทำให้ครอบครัวแตกแยกได้ ยังไม่รวมเรื่องบุตร-ธิดา ซึ่งจะเกิดความสับสนและปัญหาตามมาอีกมากมาย

จากหนังสือแนะนำอิสลาม

โดยสมาคมอัลญัมอียะตุลอิสลาม

ผู้ลงบทความ : อัลญัมอียะตุลอิสลาม