อาหารสำหรับมุสลิม กับการเลือกบริโภค
มุสลิมต้องทานอาหารที่อนุมัติตามคำสั่งของพระเจ้า
เมื่อบุคคลใดเรียกตัวเองว่ามุสลิม ก็ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติ คำสั่งห้าม/ใช้ ตามคัมภีร์อัล-กุรอาน ซึ่งเป็นวะยูห์จากพระเจ้า และคำสั่งสอนของท่านนบีมูฮำมัด ศ็อลลอลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ผู้เป็นศาสนทูต คนสุดท้ายของอิสลาม
' มนุษย์เอ๋ยจงบริโภคสิ่งที่อนุมัติและที่ดีจากที่มีอยู่ในแผ่นดิน และอย่าปฏิบัติตามรอยเท้าของมาร แท้จริง มันเป็นศัตรูที่เปิดเผยสำหรับสูเจ้า ' จากอัลกุรอาน อัลบะเกาะเราะฮ บทที่ 2 : โองการที่168
' พระองค์ทรงห้ามพวกเจ้านั้นเพียงแต่สัตว์ที่ตายเอง และเลือด และเนื้อสุกรและสัตว์ที่ถูกกล่าวนามอื่นนอกจากอัลลอฮฺ(เมื่อถูกเชือด) แต่ผู้ใดได้รับความคับขันโดย และมิใช่เจตนาขัดขืน และมิใช่เป็นผู้ละเมิดขอบเขตแล้วไซร้ ก็ไม่มีบาปใด ๆ แก่เขา แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัยโทษผู้ทรงเมตตาเสมอ ' จากอัลกุรอาน อัลบะเกาะเราะฮ บทที่ 2 : โองการ173
' แท้จริง พระองค์เพียงแต่ทรงห้ามสูเจ้า (มิให้บริโภค) สัตว์ที่ตายเอง และเลือดและเนื้อของสุกร และที่ถูกเปล่งนามอื่นนอกจากอัลลอฮฺ (เมื่อเชือด) แต่ผู้ใดก็ดีที่อยู่ในภาวะคับขันไม่เจตนาดื้อดึง และมิใช่ละเมิด ฉะนั้นแท้จริง อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงให้อภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ ' จากอัลกุรอาน อันนะหฺล บทที่ 16 : โองการ115
คำว่าอนุมัตินั้น ภาษาอาหรับเรียกว่า 'ฮาลาล ' ไม่เฉพาะกับสิ่งที่เรากินเท่านั้น ยังหมายถึง วิธีการได้มาซึ่งเงิน และสิ่งๆอื่นๆที่ต้องห้าม สิ่งใดที่ห้ามไม่อนุมัติจะเรียกว่า ' ฮารอม ' การคดโกงมาก็เรียกว่า ฮารอม เช่นกัน
ดังนั้น สิ่งที่เราทานเข้าไปก็มีผลต่อเลือดเนื้อของเรา หากทานสิ่งไม่ดีสิ่งเหล่านี้ก็จะถูกดูดซึมหมุนเวียนเข้าสู่ร่างกาย หัวใจและสมอง เนื้อในร่างกายก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ดี เช่นกัน ทำให้มีผลต่อธรรมชาติจิตใจของมนุษย์ ซึ่งจะมีผลต่อการทำอิบาดะฮฺ และการขอดุอาจากพระองค์อัลลอฮฺซุบบะฮานะฮูวะตะอาลา ด้วย อีกทั้งเนื้อในร่างกายเรานั้นหากบริโภคในสิ่งที่ต้องห้าม ก็จะกลายเป็นเชื้อเพลิงของนรก....
'ก้อนเนื้อทุกชิ้นที่เติบโตมาจากสิ่งฮะรอม(ก้อนเนื้อนั้น) ไฟนรกจะเผาผลาญเป็นเบื้องแรก '(รายงานโดย:ฎ็อบเราะนีย์) ' พึงทราบเถิด ในร่างกายมีก้อนเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง หากว่ามันดีร่างกายก็จะดีไปด้วยทั้งหมด หากว่ามันเสียหาย ร่างกายทั้งหมดก็จะเสียหายไปด้วย มันคือหัวใจ ' (รายงานโดย:บุคอรีและมุสลิม)
อาหารทะเล
เวลาไปตามทะเล มุสลิมหลายท่านก็เลือกที่จะทานอาหารพวกนี้ เพราะคิดว่า ปลอดภัยจากหมู.... แต่....ไม่ใช่เลย เพราะบางอย่างไม่ใส่หมู แต่ใส่เหล้า อาหารทะเลผัดทุกชนิด ส่วนใหญ่จะใช้เหล้าเพื่อดับกลิ่นคาว และเพิ่มความหอม
เช่น...
- ขี้เมาทะเล บางเจ้ามีทีเด็ดที่ใส่ลงไปด้วย คือ 'บรั่นดีไทย' เพราะความร้อนจากกระทะทำให้แอลกอฮอล์ระเหยไปเกือบหมด เหลือแต่กลิ่นหอมยั่วน้ำลายเท่านั้น เอาเหล้าเพิ่มความหอม
- หอยเชลกระทะร้อน ใส่เหล้าจีนเพิ่มความหอม เช่นเดียวกับข้างบน
- กุ้งอบวุ้นเส้นหรือปูอบวุ้นเส้น เอามันหมูแข็งวางไว้บนสุด หรือสูตรเด็ดจะวางรองไว้ที่ก้นหมอดิน
- สปาเก็ตตี้ หรือพาสต้าผัดกับกุ้ง (หรืออาหารทะเลอย่างอื่นก็ได้) ใส่เหล้าจีนเพิ่มความหอม
- สาหร่ายพันกุ้ง ก็จะใส่มันหมู เพราะเนื้อกุ้ง กับปลาหมึกจะได้จะเกาะตัวกันได้ ดี
ขนมและเบเกอร์รี่
ขนมโตเกียวรถเข็น ไส้กรอกไก่ อิสลามทานได้ (เขาติดว่างั้น) แต่มีไส้หมูอยู่อีกกล่อง คีมหยิบจับสาระพัดคีบมา คีบทั้งหมู คีบทั้งไก่ มือก็ไขว้หยิบพับขนมไปมา ใช้เตาอันเดียวกัน หมูหยอง ไส้กรอกหมูต้องปะปนกันอยู่แล้ว
ขนมปังปิ้ง เครปญี่ปุ่น เช่นเดียวกับ ขนมโตเกียว ใช้อุปกรณ์เดียวกันหมด คีมคีบคนละอันก็จริง แต่มืออ่ะเขาไม่สะอาดเนื่องจากต้องใช้มือหยิบจัดแต่งตัวไส้ด้วยโดยไม่ล้างมือ เตาก็อันเดียวกัน
ขนมกลีบลำดวน บางเจ้าใช้น้ำมันหมูใหม่ แทนน้ำมันพืช
ช็อคโกแลตบางชนิด ทานไม่ได้ เนื่องจากมีการทาethyl alcohol ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัลมอนด์เครือบ chocolate ในขั้นตอนสุดท้าย เขาจะมีการทา ethyl alcohol แล้วปล่อยทิ้งไว้สักพักแล้วเพื่อทำให้product มีความมัน เดิมเคยตรวจฮาลาลในขั้นตอนนี้ให้มีปริมาณ alcohol ที่มุสลิมทานได้แต่ตอนนี้ไม่ขอก็ไม่ตรวจแล้วเนื่องจากยอดขาย(ในภาคใต้ไม่ดีขึ้น และเป็นการเพิ่มต้นทุน)ตอนนี้เลยไม่มีฮาลาลและไม่มีการควบคุมแอลกอฮอล์แล้ว ระวังช็อคโกแลตให้มาก
อาหารที่น่ากลัว แต่น่าทานที่สุดคือเบเกอร์รี่
เรื่องขนมปัง เบเกอร์รี่อะไรต่างๆ บางคนมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เห็นว่าไม่ใช่หมูก็ซื้อทานทั้งๆที่ มันวางขายอยู่ติดกันเห็นๆ ถ้าใครเคยได้ไปอยู่เบื้องหลังการทำเบเกอรี่ เชื่อได้ว่าพี่น้องจะไม่กล้าทานไรง่ายๆเลย เวลาตอนทำเค้าก็ไม่ได้ทำทีละอย่างแล้วล้างมือ แล้วก็มาจับแป้งทำขนมชนิดอื่นต่อ เช่น เวลาทำขนมปังใส่หมู พอหมูหมดก็เอาแป้งที่เหลือแหละ มาทำหนมปังเนยสด หรืออะไรก็ว่าไป ี้ลักษณะนี้มีให้เห็นทั่วไป นอกจาก โรงงานใหญ่ๆที่เขาขอรับรองเครื่องหมายฮาลาล เขาจะแยกโรงงานจัดแบ่งผลิตภัณฑ์
เบเกอร์รี่ กับเจลาติน เขาจะต้องใส่เจลลาตินแผ่นใส(จะทำจากหมู) ในตัวขนมชนิดที่่ต้องการการคงรูป เช่น เพื่อให้ตัว Dark Chocolate Milk ChocolateWhite Chocolate อยู่ตัว
เค้กชาเขียวราดคาราเมล ก็มีเจลลาติน สตรอเบอรี่ เค้ก ก็ใช้น้ำเชื่อมเหล้าพรมทั่วเค้ก มูสผลไม้ ก็มีเจลลาติน อะไรๆในเบเกอร์รี่ที่เป็นวุ้นๆ หรือเหนียวๆต้้องการคงรูปจะใช้เจลลาติน มีผลไม้ก็จะใช้เหล้า ถึงจะน่าท่านแต่ทานไม่ได้ (แต่บางเจ้าไม่ใช้เพราะจะเพิ่มต้นทุนในการผลิต)
ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ ถูกถอดฮาลาลแล้วค่ะ แต่โรงงานแยกกันผลิต ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นเจรจา่ต่อรองถ้าอยากได้ฮะลาลต้องปลดขนมไส้หมูออก (คิดง่ายๆ คนไม่ใช่มุสลิมก็แยะในไทยกว่าประชากรมุสลิมไทย เขาจะยอมลดผลิตภัณฑ์ของเขาเหรอ ซึ่งอาจจะทำให้เขาสูญเสียรายได้ก็ได้ )
KFC และเชสเตอร์กริล มุสลิมเราทานไม่ได้นะคะ ถึงแต่เดิมเคยได้เครื่องหมาย ฮาลาล แต่ปัจจุบันไม่ได้แล้ว อีกทั้ง ขั้นตอนการผลิตนั้นไม่ฮาลาลค่ะ เห็นมุสลิมหลายๆคน คลุมฮิญาบด้วยซ้ำไปนั่งทานกันหน้าตาเฉย ใช่ว่าเป็นไก่จะทานได้หมดนะคะ ถึงไก่จะเชือดตามมาตรฐานฮาลาล แต่ขั้ินตอนผลิตนั้นไม่ใช่เลย เจ้าหน้าที่สถาบันมาตรฐานฮาลาลยืนยันมา
สเวนเซ่นไม่ได้รับเครื่องหมายฮาลาล ถ้าพูดกันตามความจริง ในปีที่แล้ว เขาขอให้ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลตรวจสอบว่ามีสิ่งฮารอมเจือปนหรือไม่ ทดสอบ 2 หน หนแรก ไม่ผ่าน เขาจึงเปลี่ยนสูตร ทดสอบครั้งต่อมา ก็ไม่พบสิ่งเจือปนแต่อย่างไร เขาจึงมั่นใจว่า ของมุสลิมสามารถทานได้ และเขาก็ไม่ได้ขอรับรองเครื่องหมายฮาลาล จากสถาบันมาตรฐานฮาลาลแต่อย่างไร และทางสถาบันมาตรฐานฮาลาลเองก็ไม่รับรองว่าด้วยว่า ส่วนที่แต่งหน้าบนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ณ ขณะนี้ มีส่วนของสิ่งฮารอมเจือปนด้วยหรือไม่ แต่ช่วงที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลตรวจสอบนั้น ทุกอย่างผ่านหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวช็อคโกแลต หรือตัวอื่น ช็อคโกแลตเองก็ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองเครื่องหมายฮาลาลเช่นกัน แต่อย่าลืมว่า อุปกรณ์ของเขานั้นต้องใช้อยู่ เพราะิเคยโดนสิ่งฮารอม ยังไม่ได้ทำความสะอาดตามหลักศาสนา ต้องคิดที่ส่วนนี้ด้วย ในตอนนี้ ยูนิลิเวอร์ได้เป็นผู้ถือหุ้นของสเวนเซ่นแล้ว ยูนิลิเวอร์ มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมายฮาลาล นั่นคือไอศกรีมวอลล์ ดังนั้น เขาจึงเอาเครื่องหมายฮาลาล มาติดที่ผลิตภัณฑ์ของสเวนเซ่นด้วย ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ไม่สามารถนำมาใช้กันได้ ขอฮาลาลสินค้าตัวไหน ก็ได้รับเฉพาะสินค้าตัวนั้น ไม่ได้หมายถึงว่าจะครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทุกชนิดภายใต้แบรนด์เดียวกัน ดังนั้น จริงเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ขอย้ำอีกครั้งว่า สเวนเซ่น ไม่ได้รับรองผลิตภัณฑ์เครื่องหมายฮาลาลแต่อย่างใด และส่วนของไอศกรีมวอลล์นั้น จะมีผลิตภัณฑ์บางส่วนที่มีรัมม์ผสมอยู่ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้รับรองฮาลาลค่ะ และทางมาเลเซียเองก็สั่งห้ามไม่ให้วอลล์นำีผลิตภัณฑ์รัมม์มาขายที่มาเลเซียด้วยเช่นกัน
อาหารบนรถไฟสายใต้ ไม่ได้รับการรับรองเครื่องหมายฮาลาลแล้ว ใครที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟลงใต้ ก็เตรียมอาหารไปทานเองแล้วกันค่ะ เพราะทุกอย่างใช้อุปกรณ์เดียวกันหมด อีกทั้งไม่มีตราฮาลาลที่ถูกต้องมานานแล้วด้วย และทางสถาบันมาตรฐานฮาลาลบอกมาตามนี้ ของง่ายๆก็ได้ เช่นข้าวเหนียวเนื้อ ขนมปัง(ที่ไม่ใช่ฟาร์มเฮ้าส์)และนมกล่องแทน เพราะแค่มื้อสองมื้อเอง อดมาทั้งวันช่วงการถือศีลอดยังอดได้เลย (ข้อมูลจากการสอบถาม ระหว่างไปอบรมฮาลาลมา)
สรุปว่า ทานของมุสลิมด้วยกันดีกว่า ว่าแต่ของมุสลิมด้วยกันเนี่ยเขาจะใส่ใจเรื่องนี้กันด้วย ซึ่งมุสลิมบางคนละเลยมาก-มากที่สุดโดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าขายอาหารมุสลิมกันเอง เพราะต้องสังเกตว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้นั้นมีอะไรเป็นส่วนผสมบ้าง ติดตามข้อมูลข่าวสารเรื่องฮาลาลได้ที่ http://www.annisaa.com/forum/index.php?topic=4.30
ด้วยความเคารพและจิตคารวะค่ะ วัสลามมุอะลัยกุม
--
وَلاَ تَهِنُوا وَلاَ تَحْزَنُوا وَأَنتُمُ الأَعْلَوْنَ إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ 'และพวกท่านจงอย่าท้อแท้ และจงอย่าเสียใจ พวกท่านจะเป็นผู้ที่สูงส่ง หากพวกท่านเป็นผู้ศรัทธา' [อาลิอิมรอน 3:139]
ข้อมูลจากกลุ่มบะนาตุลฮุดาที่นี่>>> http://banatulhuda.googlepages.com {ย้ายบ้านชั่วคราวค่ะ}
กำลังสร้างบ้านใหม่ www.banatulhuda.com เร็วๆ นี้ อินชาอัลลอฮฺ
|